คู่มืออธิบาย
การตรวจวินิจฉัยยีโนมเชื้อไวรัสเอชบีวี
ที่ดื้อต่อยาต้านไวรัส

(HBV Genotype drug resistance testing)


More Information

ติดต่อ             หน่วยไวรัสวิทยาและจุลชีววิทยาโมเลกุล ภาควิชาพยาธิวิทยา

                       คณะแพทยศาสตร์ ร.พ. รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

            โทรศัพท์ : 201-1324, 201-1470, 201-2115

Mobile phone    อ.วันทนิช  : 09-2014132 , อ.วิโรจน์  : 01-8068368

โทรสาร     : 201-1324, 201-1470

E-mail    : rawct@mahidol.ac.th

Website : http://www.virusrama.org


                    ตั้งแต่เริ่มมีการใช้ยาต้านไวรัสเพื่อรักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิด บี ปรากฎการณ์ของผู้ป่วยที่มีเชื้อดื้อต่อยาเพิ่มจำนวนมากขึ้นๆตามลำดับ สาเหตุจากการเปลี่ยนรูปแบบพันธุกรรมของ HBV polymerase gene (Hbpol gene) ทำให้เชื้อเหล่านั้นทนต่อยาได้มากขึ้น เพิ่มปัญหาการรักษาแก่แพทย์ผู้รักษาจนอาจเป็นเหตุแห่งความล้มเหลวในที่สุด การตรวจพบการกลายพันธุ์ได้ตั้งแต่ต้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง ในการวางแผนรักษาให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น.

 

การตรวจตำแหน่งของสารพันธุกรรม

 

        Sequencer :  เป็นเครื่องอ่านตำแหน่งสารพันธุกรรม ให้รายละเอียด ลักษณะ ตำแหน่งขององค์ประกอบสารพันธุกรรมได้ดีมาก แต่ยังมีขบวนการสลับซับซ้อนเป็นอันมากอยู่ต้องใช้เวลานานในทางปฏิบัติความชำนาญของบุคคลากร จะมีผลต่อความเที่ยงตรงแน่นอนในการประเมินผล มีค่าใช้จ่ายสูงไม่เหมาะที่จะนำไปให้บริการแก่คนไข้จำนวนมากได้

 

 

            LiPA     :     เป็นเทคโนโลยี DNA lines probe ล่าสุดจากบริษัท Innogentics Inc. ประเทศเบลเยียม พัฒนาเพื่อใช้ในงานบริการทั่วไป การอ่านตำแหน่งของสารพันธุกรรมด้วยวิธีนี้จะบอกเฉพาะตำแหน่งพันธุกรรมที่ดื้อต่อยา  Lamivudine และ Famciclovir (mutant) และรายละเอียดสายพันธุ์เดิม (wild-type) ในคราวเดียว ที่ตำแหน่ง Hbpol gene(YMDD motif)

 

  

ผลการศึกษาเปรียบเทียบ Sequencing กับ LiPA 4 สถาบัน)

 

·        LiPA ให้ข้อมูล การดื้อยาของเชื้อได้ก่อนวิธี  อ่านด้วย Sequencer.

·        LiPA สามารถพบเชื้อดื้อยาขณะที่จำนวนเชื้อ ยังมีจำนวนน้อยจนตรวจไม่พบ(ด้วย PCR  viral load).

·        Sequencing VS LiPA ให้ผลสอดคล้องกันดีในการตรวจเชื้อสายพันธุ์หลักๆ.

 

การดื้อยา VS การรักษา

            แม้ปัจจุบันการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบชนิดบีที่มีประสิทธิภาพจะมีหลายวิธี แต่วิธีเหล่านั้นกลับกระตุ้นให้เชื้อกลายพันธุ์เร็วขึ้นอันเป็นธรรมชาติของเชื้อ เพื่อให้รอดพ้นจากสิ่งเร้ารอบตัว ดังพอสรุปได้ตามตารางนี้

            การกลายพันธุ์จะปรากฏที่ส่วนสารของพันธุกรรม ที่บริเวณต่างๆ แล้วแต่ชนิดของสิ่งเร้าเช่น vaccine /HBIG, Nucleoside analogue, Interon นอกจากนั้นยังรวมถึงธรรมชาติของสายพันธุ์ของเชื้อ ที่มีต่อสิ่งเร้านั้นๆอีกด้วย(genotype)

 

การรักษาด้วยยาชนิดเดียว (Monotherapy)

 

            พบว่าแม้จะมีการตอบสนองของเชื้อต่อยา lamivudine จนกระทั่งระดับ viral load ตรวจไม่พบ เป็นระยะเวลานานถึง 50 สัปดาห์ก็ตาม หรือถ้าหยุดให้ยาจะมีการติดเชื้อกลับขึ้นมาใหม่อีก เชื้อจำนวนเล็กน้อยที่กลายพันธุ์แล้วยังตกค้างอยู่ (ตรวจได้ด้วย LiPA HBV DR) เมื่อรอดพ้นจากแรงกดของยาเดิมเชื้อจะเพิ่มจำนวนรวดเร็วในเวลาอันสั้นพ้นวิสัยของการควบคุมของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายคนไข้ได้

 

การรักษาด้วยยาหลายชนิดร่วมกัน (Combined therapy)

                สำหรับ precore mutant การใช้ alpha interferon ร่วมกับ lamivudine จะให้ประสิทธิภาพดีมากจะลดจำนวน HBV-DNA ลงได้ถึง 89% ในเดือนแรก และ จะ ลงถึง 93%  หลังเดือนที่สองระดับ DNA ยังสามารถควบคุมได้ต่อไปในระดับที่ตรวจไม่พบ

 

            นกระแสโลหิตติดต่อกันนานตลอดการรักษาด้วยยาครบ 1 ปีแต่เมื่อเลิกการให้ยา พบว่าคนไข้จะติดเชื้อใหม่ ภายใน 1-6 เดือน (ตรวจได้ด้วย LiPA HBV DR และ precore )  มีคนไข้เพียง 13.8% เท่านั้นที่ยังคงสภาพตรวจไม่พบ DNAในกระแสโลหิต


        A Case study  : ผู้ป่วยไทยได้รับการรักษาด้วย Lamivudine เริ่มที่ viral load   256.7  Meq/ml เชื้อตอบสนองต่อยาเป็นอย่างดี กดระดับ HBV-DNA ได้จนต่ำสุด ตรวจเกือบจะไม่พบ สามารถรักษาระดับนี้ได้นานถึง 9 เดือน หลังจากนั้น viral load เพิ่มสูงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ด้วย เมื่อตรวจการดื้อยาย้อนหลังด้วย LiPA ครั้งแรกก่อนให้ยาตรวจพบ wild type L528, M552

 

 

V555 และ mutant M528 ครั้งที่สองเมื่อ viral load ลดต่ำสุด พบ wild type L528 เพิ่มมาอีก 1 morphism นอกนั้นยังคงจำนวนเท่าเดิมเหมือนครั้งแรก ครั้งสุดท้ายเมื่อ viral load เพิ่มสูงสุด พบ L528 หายไปเกือบหมด มี M528 เพิ่มมาอีกหนึ่งรวมเป็น 2 morphisms ส่วน wild type M552 เริ่มหายไป แต่มี mutant V552 เพิ่มขึ้นมาแทนที่

            คุณประโยชน์ของ LiPA ที่แพทย์จะได้รับ คือสัญญาณอันตราย อันเกิดจาก mutants ก่อนการวางแผนการรักษาด้วยยา  (ที่มีจำนวนจำกัดอยู่แล้ว) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและแพทย์จะมีโอกาสในการขจัดเชื้อเหล่านั้นในขณะที่ยังมีจำนวนน้อยๆอยู่ อันเป็นการเพิ่มความสำเร็จของการรักษาอีกวิธีหนึ่ง (Drug Resistance Profile = Treatment Rate)